5 สิ่งที่คนรักกันไม่ต้องมีเหมือนกัน ก็ได้นะ

 

สิ่งที่ไม่ต้องมีเหมือนกัน คือสิ่งที่เราและคนรักไม่จำเป็นต้องมีเหมือนกันเป๊ะเพื่อจะได้มีความสัมพันธ์ที่จริงจังและยืนยาวอย่างมีความสุข ส่วนใหญ่เราจะได้ยินแต่ สิ่งที่ต้องมีเหมือนกัน เพื่อจะได้เดทกันแล้วเวิร์ค แต่ความจริงแล้วสิ่งที่แตกต่างกัน จะยิ่งช่วยเน้นให้เราสามารถแยกแยะคุณสมบัติที่จำเป็นออกจากคุณสมบัติที่ไม่จำเป็น สิ่งที่ไม่ต้องมีเหมือนกัน จะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความสัมพันธ์และเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงยาก ตรงข้ามกับ สิ่งที่ต้องมีเหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญล้วนๆ ขนาดว่าเปลี่ยนแปลงไม่ได้กันเลยทีเดียว ถ้าหวานใจของเราไม่บอกเรื่องเหล่านี้ตามตรงตั้งแต่เริ่มรู้จักกัน แสดงว่าเขาก็จะไม่ซื่อสัตย์ไปตลอดชีวิต

รสนิยมการแต่งกาย
เสื้อผ้าไม่มีความสำคัญเท่ากับบุคลิกของผู้สวมใส่ ดังนั้นแยกคนออกจากเสื้อผ้าเวลาประเมิณค่าความสัมพันธ์ อย่าหยุดเดทกับใครสักคนเพียงเพราะเสื้อผ้าหรือสไตล์การแต่งตัวของอีกฝ่ายชวนให้หมดมู้ด แทนที่จะทำอะไรใจร้ายแบบนั้น ควรรอให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น แล้วเริ่มซื้อเสื้อผ้าให้ในโอกาสพิเศษต่างๆ ไปๆ มาๆ ก็จบด้วยการทำตัวเป็นสไตลิสต์ ช่วยแนะนำและช่วยพาไปช้อปซะเลย เชื่อไหมว่าทุกคนโดยเฉพาะคนที่มีปัญหาทางแฟชั่น มักจะแฮปปี้ที่คนรักช่วยเรื่องพวกนี้

ถิ่นที่อยู่
เราและคนรักไม่จำเป็นต้องมีภูมิลำเนาคล้ายคลึงกันเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ให้รุดหน้าปรู๊ดปร๊าด ตัวอย่างเช่น คนที่อาศัยอยู่ในเมืองมักจะชอบไปเที่ยวนอกเมือง ส่วนคนที่อาศัยอยู่ชานเมืองไม่ใช่เพราะไม่สนใจแสงสี แต่เป็นเพราะค่าครองชีพถูกกว่า และสิ่งแวดล้อมผ่อนคลายไม่เครียดเหมือนในเมือง แต่ก็ไม่ได้รังเกียจการเข้ามาเที่ยวเล่นในเมือง ซึ่งจริงๆ แล้ว ระยะทางก็ไม่ได้ไกลกันเท่าไร ดังนั้นการเดทกับคนที่มีถิ่นที่อยู่แตกต่างกันนั้นเปิดโอกาสให้เราได้เที่ยวเล่นในสถานที่แปลกหูแปลกตากว่าเคย ไม่จำเจดีนะ

การศึกษา
ระดับมันสมองหรือความเฉลียวฉลาดที่เท่าเทียมกันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนรักกัน แต่ระดับการศึกษาที่เหมือนกันไม่ใช่สิ่งจำเป็นถ้าเราและเขาเข้าใจกัน แบ่งปันความสนใจที่คล้ายคลึงกัน สนุกด้วยกัน และสามารถผสมผสานสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เช่น เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว และเพื่อนฝูง แค่นี้ชีวิตคู่ก็ลงล็อคโป๊ะเช๊ะ

ความคิดเห็นทางการเมือง
มีคู่รักหลายคู่ที่แตกต่างทางการเมืองอย่างสุดขั้ว แต่ก็ยังสามารถจัดการให้ชีวิตคู่หวานชื่นและมั่นคงมาได้นานหลายปี ถ้าเราและเขาให้เกียรติซึ่งกันและกัน และเคารพสิทธิในการมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันได้อย่างแท้จริง นอกจากนั้นยังรู้สึกว่าอยู่กันได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องมาคอยยอมอ่อนข้อให้กันในเรื่องหน้าที่การงานหรือวิธีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันแล้วละก็ นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ว่าทำไมเราจะมีความสุขกับคนรักไม่ได้โดยที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน

สถานภาพสมรสและฐานะทางครอบครัว
ประเด็นนี้ที่เห็นได้ชัดโดยไม่ต้องบอกคือ ไม่ควรมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่แต่งงานมีคู่ครองอยู่แล้ว คนโสดก็มีโสดหลายรูปแบบ เช่น โสดยังไม่เคยแต่งงาน หย่าร้าง หรือคนรักเสียชีวิต โดยที่มีลูกติดหรือไม่มีลูกติด การออกเดทด้วยกันก็ยังถือว่าโอเคสามารถทำได้ถึงแม้ว่าสถานภาพสมรสและประสบการณ์ในเรื่องครอบครัวจะแตกต่างกัน ยิ่งถ้ามีเรื่องของอายุที่แตกต่างเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยละก็ ยิ่งต้องยืดหยุ่นให้มากขึ้น
ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเป็นสาวอายุ 28 ที่ยังไม่เคยแต่งงานและมีลูก ก็ง่ายที่จะแต่งงานกับคนที่มีคุณสมบัติเหมือนกัน เพราะยังมีผู้ชายที่อายุ 28 ยังไม่เคยแต่งงานและมีลูกอีกมากมายบนโลกใบนี้ แต่ถ้าเราอายุ 45 เปอร์เซ็นต์ของคนในวัยเดียวกันส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกที่หย่าร้างและมีลูกติด ดังนั้นถ้าเรายังไม่เคยแต่งงานก็ยิ่งเพิ่มโอกาสสูงสุดให้ตัวเองเปิดรับคนพวกนี้ถึงแม้ว่าจะแตกต่างกันก็เถอะ

ถ้าเราหย่าร้างและมีลูกติด เราจะรู้สึกสบายๆ กับคนที่หย่าร้างและมีลูกติดเหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าคนๆ นั้นร่วมแบ่งปันและเข้าใจความตึงเครียดในชีวิตเหมือนเรา ในขณะเดียวกันการเดทกับคนประเภทนี้จะเป็นเรื่องซับซ้อนและมีรายละเอียดเยอะ เพราะจะรู้สึกเหมือนกับต้องเดทตามตารางเยี่ยมของโรงพยาบาลหรือเรือนจำ เพราะฉะนั้นอย่าไปยึดติดกับประเด็นนี้ เอาแค่ว่าสนใจกันและกันก็พอ แล้วคอยดูว่าความสัมพันธ์จะดำเนินต่อไปอย่างไรดีกว่า.