เรื่องโดย...ปรีชยา ซิงห์

'นพลักษณ์' หรือ เอ็นเนียแกรม  เป็นศาสตร์ที่ช่วยให้คนได้รู้จักกับตัวเองตามความเป็นจริงมากขึ้น หากได้ทำความเข้าใจและเรียนรู้  ศาสตร์ที่ทำให้เข้าใจจุ[คำไม่พึงประสงค์]่อน จุดแข็งของคนแต่ละประเภทตามความเป็นจริงที่จะพร้อมนำให้เข้าใจและเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น ตามลักษณะการจำแนกโครงสร้างใหญ่ๆ ของความเป็นมนุษย์ออกมาได้ 9 แบบ ซึ่งขบวนการแรกของการฝึกนพลักษณ์ที่สำคัญ คือ 'ต้องยอมรับและเปิดใจ'  

ท่ามกลางสภาพปัญหาสังคมและความไม่สงบในปัจจุบัน 'นพลักษณ์' ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในแวดวงองค์กรธุรกิจและหน่วยงานต่างๆ มีที่มาที่ไปและความจำเป็นถึงการหันมาใส่ใจกับการพัฒนาจิตใจของตัวเองในแบบ 'นพลักษณ์' โดย 'ฐิติมา คุณติรานนท์' วิทยากรการผู้อบรมศาสตร์นี้ และมีตำแหน่งเป็นบรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง หรือ 'พี่จริง' ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวมติชนออนไลน์ เกี่ยวกับโปรแกรมพัฒนาตัวเองนี้ว่า นพลักษณ์ กำลังตื่นตัวและได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะเมื่อ 6-7 ปีก่อน มีองค์กรทั้งของภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ต่างสนใจนำบุคคลากรของตัวเองมาร่วมอบรมพัฒนาซึ่งจบไปหลายรุ่นมีจำนวนหลายพันคน 

ดังนั้น จึงทำให้บรรดาผู้บริหารระดับสูงทุ่มเทกับการพัฒนาเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างองค์กรที่ประสบความสำเร็จกับการพัฒนาบุคลกรและสามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้กับชีวิตจริง ได้แก่ สตาร์บัคส์ สภาอุตสาหกรรม รพ.รามาธิบดี และ อื่นๆ อีก

ฐิติมา เล่าถึงจุดกำเนิดของนพลักษณ์ว่า 'นพลักษณ์'  เป็นศาสตร์โบราณที่เริ่มมีมาเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว  คาดว่า เกิดขึ้นครั้งแรกในวิชาเรียนที่ครูใช้สอนลูกศิษย์เพื่อดูศักยภาพในการส่งเสริมพัฒนาความรู้ให้เติบโตเต็มกำลัง ของกลุ่มศาสนา 'ซูฟี' ซึ่งแตกแขนงออกมาจากศาสนาอิสลาม ในประเทศอัฟกานิสถาน 

เมื่อเวลาผ่านไป กลุ่มนักจิตวิทยาชาวยุโรปได้แปลศาสตร์นพลักษณ์เป็นภาษาร่วมสมัยมากขึ้น ทำให้แพร่หลายไปทั่วโลกไม่เว้นประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมมากในช่วง 30 กว่าปีนี้ 

กระแสความนิยมนี้ได้เข้ามาถึงประเทศไทยเมื่อ 10  ก่อน นำโดย 'อาจารย์สันติกโร' หรือ Robert David Larson อดีตพระสันติกโร ชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งเครือข่ายพุทธศาสนิกสัมพันธ์เพื่อสังคม (INEB) ที่ปรึกษาสมาคมนพลักษณ์ไทยเป็นผู้ที่นำศาสตร์นี้เข้ามาใช้เป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้ทำการศึกษาเรื่องนี้มาโดยตลอด จึงได้ร่วมมือกับกลุ่มสายไหมทำการศึกษาและพัฒนาร่วมกันได้ทำการแปลมาจากตำราภาษอังกฤษที่เขียนโดย 'เฮเลน พาล์มเมอร์' มาเป็นภาษาไทย ซึ่งมีสำนักพิมพ์โกมลคีมทองรับแปลหนังสือศาสตร์นพลักษณ์ที่มีแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน

ฐิติมา อธิบายต่อว่า 'นพลักษณ์' เป็นศาสตร์ของการฝึกฝนและพัฒนาการเติบโตด้านจิตใจในตัวบุคคลที่จะสามารถทำให้เข้าใจประเด็นความเหมือนความแตกต่างในตัวบุคคลที่แตกต่างกันและจะทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้นและรู้ว่าตัวเองเป็นคนลักษณะใด หรืออยู่ในเครือข่าย 'ลักษณ์' ไหน ซึ่งจะทำให้ตัวเองมองเห็นปัญหาภายในจิตใจที่มีทั้งจุ[คำไม่พึงประสงค์]่อนและจุดแข็งอยู่ในตัวของตัวเอง เปรียบเสมือนการคลี่คลายปัญหาทำให้เข้าใจตัวเองและวางตัวได้ดีขึ้นรวมทั้งสามารถมองเห็นมุมมองใหม่ๆ ของตัวเองด้วย 

ทั้งนี้ หากจะได้ผลผู้ที่เข้าอบรมจะต้องตอบคำถามหรือทำแบบทดสอบตามตรง หากมีการตอบแบบไม่ตรงตามความจริงหมายถึงการไม่ยอมรับตัวเอง ไม่ใช่ตัวเองการฝึกก็จะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ  

' คนที่ผ่านการอบรมนพลักษณ์เมื่อรู้ลักษณ์ของตัวเองและของเพื่อนแล้วการปฏิบัติตัวต่อตัวเองและต่อผู้อื่นจะทำได้ดีขึ้น ถ้าเรารู้ว่าเราเป็นคนแบบไหน มีข้อดีข้อเสียยังไงจะช่วยให้สามารถระงับยับยั้งอารมณ์ต่างๆที่ไม่ดีได้มากขึ้น และทำให้เรารู้จักตัวเองซึ่งจะทำให้เราสามารถวางตัวกับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น'  ฐิติมา กล่าว

'นพลักษณ์' แบ่งลักษณ์ออกเป็น 9 ลักษณ์ ได้แก่ 
1. เพอร์เฟคชั่นนิสต์ - อยู่กับจริง มีหลักการและมโนธรรมสำนึก ดำเนินชีวิตตามอุดมคติของตนเอง
2. ผู้ช่วยเหลือ - คนอบอุ่น ดูแลห่วงใย และรับรู้ความต้องการของผู้อื่นได้ไว
3. ผู้ใฝ่สำเร็จ - กระตือรือร้น มองโลกในแง่ดี มั่นใจตัวเองและมีเป้าหมาย
4. คนโรแมนติก - รู้สึกอ่อนไหว อบอุ่น และเข้าอกเข้าใจผู้อื่น
5. ผู้สังเกตการณ์ - สนใจหาความรู้ เก็บตัว ช่างวิเคราะห์และเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้เร็ว
6. นักปุจฉา - รับผิดชอบ ไว้ใจได้ เห็นคุณค่าครอบรัว เพื่อนฝูง หมู่คณะ
7. นักผจญภัย - กระตือรือร้น มีชีวิตชีวา มองโลกแง่ดี สรรสร้างสังคม
8. ผู้ปกป้อง - ตรงไปตรงมา พึ่งตนเอง มั่นใจ ปกป้องผู้อื่น
9. ผู้ประสานไมตรี - เปิดรับ ใจดี หนุนผู้อื่น สร้างสามัคคี

สำหรับวิธีการฝึกอบรมโปรแกรม 'นพลักษณ์' คือการค้นหาลักษณ์ของตัวเองและสามารถจำแนกว่า ตัวเองอยู่ 'ลักษณ์' ใดจากทั้งหมด 9 ลักษณ์ และยังสามารถจัด 'ลักษณ์' ของเพื่อนที่ฝึกด้วยกันได้อีก 8 ลักษณ์ ดังนั้น ผู้ฝึกจะมองเห็นของตัวเองและเพื่อนร่วมฝึกว่าที่มีทั้งความเหมือนและความต่าง  โดยจะมีวิทยากรที่ผ่านการอบรมมาอย่างเชี่ยวชาญจนชำนาญคอยเป็นพี่เลี้ยงคอยช่วยให้แต่ละคนรู้จัก 'ลักษณ์' ของตัวเองมากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ในการฝึกอบรม 'นพลักษณ์' นั้นผู้เข้าอบรมจะต้องฝึกฝนต่อเนื่องเป็นเวลา 2 วัน 2 คืน ถึงจะเห็นผลเป็นไปตามโปรแกรมที่กำหนดไว้ โดยมีกิจกรรมการฝึกหาลักษณ์ ของตัวเอง การสำรวจตัวเอง การทำแบบทดสอบ จากนั้นแลกเปลี่ยนความคิดพร้อมทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเอง โดยมีคำถาม ที่จะทำให้ผู้ฝึกสามารถตอบออกแบบที่เป็นตัวเองมากที่สุด 

เมื่อผู้ฝึกได้รู้ว่าตัวเองอยู่ในลักษณ์ใดแล้วก็ต้องมาดูว่าจะมีวิธีการจัดการกับลักษณ์ของตัวเองจะทำอย่างไร  สำหรับผู้ที่เริ่มต้นศึกษาเรื่อง 'นพลักษณ์' ทางมูลนิธิโกมลคีมทองได้จัดพิมพ์ตำรา 'นพลักษณ์'ฉบับภาษาไทยชื่อ 'เอ็นเนียแกรมคน 9 แบบ Enneagram Made Easy มองคนด้วยมุมใหม่ เปลี่ยนใจให้เป็นสุข'  พร้อมหนังสือแนะนำ 'รักผลิบาน งานผลิผล เข้าใจคนด้วยเอ็นเนียร์แกรม' ซึ่งเป็นหนังสือที่สามารถศึกษาและทำความเข้าใจเองได้ 

หากสนใจที่จะศึกษาต่อหรือหาคำตอบไม่ได้ก็สามารถเข้าร่วมฝึกกับ 'เอ็นเนียแกรม' กับมูลนิธิฯได้ ซึ่งสามารถติดต่อได้ที่ โทร  02-866-1557 หรือ 02-412-0744

Comment

Comment:

Tweet

Hot!


ขอบคุณที่มาเม้นต์ให้นะครับ

#2 By วิหคสีคราม on 2010-12-17 11:17

Hot! Hot! Hot!

#1 By หมูเอื้อง on 2010-10-15 04:01